อาการออทิซึ่มของผมช่วยให้ผมมองโลกต่างออกไป

บทสนทนาผ่านอีเมลกับ นาโอกิ ฮิกาชิดะ นักเขียนชาวญี่ปุ่นผู้เป็นเจ้าของผลงาน  The Reason I Jump และ Fall Down 7 Times Get Up 8  ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เขาอธิบายถึงการมีอาการออทิซึ่มแบบไม่ใช้คำพูดนั้นเป็นอย่างไร

บทความแปลจากอีเมลโดย ฮามิช แมคาสกิล และ เดวิด มิทเชล ผู้แต่ง Cloud Atlas
ภาษาไทยแปลและเรียบเรียงโดย แจมชิ

 

คุณแทบจะไม่สามารถแสดงความคิดของคุณผ่านการพูดได้เลย แต่คุณตีพิมพ์หนังสือไปแล้วมากกว่ายี่สิบเล่ม กระบวนการเขียนหนังสือของคุณทำงานอย่างไรบ้าง?

วิธีการสื่อสารพื้นฐานของผมคือการใช้บอร์ดตัวอักษรและการใช้คอมพิวเตอร์ การใช้บอร์ดตัวอักษรนั้นประกอบไปด้วยการ์ดหนึ่งแผ่นที่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษเรียงแบบเดียวกับคีย์บอร์ด ผมชี้ไปที่ตัวอักษรทีละตัวแล้ว “เปล่งเสียง” ตัวอักษรที่ผมแตะ ผมสามารถพิมพ์บนแป้นคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ได้เช่นกัน แต่ผมมักจะติดหรือลุ่มหลงอยู่กับตัวอักษรบางตัว หรือไม่ก็พิมพ์คำหนึ่งคำซ้ำไปซ้ำมาในบางครั้ง ผมทำการสนทนาไม่เก่งนัก แต่นั่นไม่ได้แปลว่าผมไม่คิด แต่เมื่อไหร่ที่ผมพยายามจะพูด คำพูดที่อยู่ในหัวผมมันหายไป ผมสงสัยว่าความรู้สึกคล้ายคลึงกับความรู้สึกเวลาเราทุกคนลืมอะไรไปหรือไม่ แม้ว่าบุคคลที่มีอาการออทิซึ่มขั้นรุนแรงเรียนรู้วิธีใช้คอมพิวเตอร์ นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาหรือเธอจะสามารถถ่ายทอดอารมณ์ที่พวกเขาไม่สามารถพูดออกมาผ่านการเขียนได้ ผมคิดว่าการถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ภายในหัวใจและจิตสำนึกของตัวผมเองที่มีอาการออทิซึ่มจะเป็นปัญหาสำหรับผมเสมอ

อะไรทำให้คุณรู้ตัวว่าคุณมีอาการออทิซึ่มเป็นครั้งแรก?

ตัวเตือนไม่ได้มีแค่ตัวเดียวหรอกครับ แต่ในช่วงที่ผมเติบโต ผมฟังคนรอบตัวผมพูดคุยกันจนผมเริ่มรู้สึกได้ ผมกังวลเกี่ยวกับการไม่สามารถทำอะไรที่คนอื่นๆทำกันได้โดยง่าย แต่ในช่วงนั้นผมไม่ได้รู้สึกถูกบังคับให้ทำความเข้าใจว่าสิ่งที่ทำให้ชีวิตผมยุ่งยากเหลือเกินนี่มันคืออะไรกันแน่ เมื่อผู้คนบอกผมว่า “เธอมีความพิการแบบนี้” การอธิบายแบบนั้นไม่เคยทำให้ผมรู้สึกว่ามันเป็นคำที่ใช้กับผมได้ นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าในตอนนั้นผมยังเป็นเด็กอยู่ ถ้าคุณดูจากหน้าตาของผม ผมไม่ได้ดูเปลี่ยนไปจากตอนเด็กมากขนาดนั้น แต่ผมภูมิใจในตัวเองที่พูดได้ว่าผมได้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุขเพียงพอ

คุณเขียนเกี่ยวกับ “หนามแหลมภายในใจ” หรือการตระหนักถึงสิ่งที่คุณไม่มีวันทำได้ หนามอันไหนทำให้คุณเจ็บปวดมากที่สุด?

ผู้คนที่มีอาการพิการมักจะถูกบอกให้ทำโน่นทำนี่มากกว่าคนทั่วไป คนที่ให้คำปรึกษาเหล่านั้นอาจจะมีเจตนารมณ์ที่ดี แต่ในบางครั้งคำปรึกษาเหล่านั้นจะมุ่งไปย่อส่วนให้การทะเลาะและความไม่สบายใจที่คนอื่นได้รับดูเล็กลงไปจากความเป็นจริงมากกว่า

คุณเคยกล่าวไว้ว่าการเติบโตคือ “การก้าวไปข้างหน้าเพื่อเข้าใกล้ตัวตนในอุดมคติมากขึ้น” ตัวตนในอุดมคติของคุณคืออะไร?

มันคือการได้เดินทางบนโลกนี้โดยไม่ต้องผูกติดอยู่กับผู้อื่น แต่มันไม่ใช่การบินข้ามท้องฟ้าเหมือนนก คำนิยามของผมต่อยอดมาจากข้อเท็จจริงที่ว่าผู้คนมักจะเทียบตนเองกับผู้อื่นอยู่เสมอ ผมว่าพวกเขาตัดสินใจเลือกการใช้ชีวิตที่ดีที่สุดได้ยากนะ และการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นช่วยให้พวกเขาประมวลสถานการณ์ของตนเองได้ คนเราสามารถได้รับอิสรภาพที่บริสุทธิ์ผ่านการหลุดพ้นจากการเป็นคนๆหนึ่งเท่านั้น

คนทั่วไปทรมานกับเรื่องอะไรมากเกินไป?

ความสัมพันธ์ระหว่างคนด้วยกัน ความรู้สึกไม่อยากถูกทอดทิ้งจากกลุ่มๆหนึ่ง หรืออยากเก่งกว่าคนอื่นๆ-กรอบความคิดแบบนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนเปี่ยมอารมณ์จนล้นมากเกินความจำเป็น บางครั้งผมก็คิดว่าความฉลาดของมนุษย์ได้ดันเราถอยหลังไปแล้วหรือเปล่า

เลขโปรดของคุณคือเลขอะไร?

ผมไม่เคยได้คิดว่าเลขไหนเป็นเลขโปรดหรอก แต่ถ้าผมโดนบังคับให้บอก ผมคงตอบไปว่าเลข 3 เลข 1 เป็นเลขที่สำคัญที่สุด มันดูเหมือนหลักฐานที่พิสูจน์ว่าสิ่งใดๆมันมีตัวตนอยู่จริง แต่ในขณะเดียวกับ เลข 0 ก็เป็นการค้นพบที่น่าอัศจรรย์ที่สุด แนวคิดเกี่ยวกับความว่างเปล่าคือหลักฐานการคงอยู่ของอารยธรรมมนุษย์ เลข 2 มีความสำคัญตามเลข 1 ลงมา เลข 2 ช่วยให้เราแบ่งสิ่งต่างๆและจัดสิ่งของเป็นลำดับ มีแค่เลขทั้งสามตัวนี้ (0, 1, และ 2) เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว เลข 3 ดูเป็นตัวเลขที่มีเสน่ห์ มันถูกสร้างขึ้นมาราวกับว่ามันไม่ได้เป็นที่ต้องการ มันอาจจะเกิดขึ้นมาจากความคิดสร้างสรรค์ก็เป็นได้?

คุณอยากจะบอกอะไรกับครอบครัวที่เศร้ากับลูกที่ถูกตรวจว่ามีอาการออทิซึ่ม?

ผมไม่คิดว่าอาการออทิซึ่มของผมเป็นเรื่องโชคร้าย คุณอาจจะติดอยู่กับที่ ความทรมานของคุณอาจจะไม่หยุดหย่อน แต่เวลายังคนเดินต่อไป สิ่งที่ลูกของคุณต้องการตอนนี้คือรอยยิ้มของคุณ สร้างความทรงจำที่ดีด้วยกันกับเขาให้มาก เมื่อเรารู้ว่าเราเป็นที่รัก ความกล้าที่เราต้องการเพื่อใช้ต่อต้านความเครียดและความเศร้าจะอยู่ในตัวเรา

ที่มาบทความ
My Autism Allows Me to See the World in a Different Way
Nate Hopper
Jul 13, 2017
IDEASHopper is opinions editor for TIME Ideas.
http://time.com/4856602/autism-nonverbal-book-naoki-higashida/

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s